ศีลหรือข้อควรละเว้น
ทั้งความคิด คำพูด และการกระทำ เพื่อให้พ้นจากเหตุแห่งปัญหาชีวิต
การถือศีลนั้น ต้องมีครบสามประการคือ การไม่กระทำการผิดศีลด้วยตนเอง
การไม่ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นผิดศีล และการไม่ยินดี เมื่อเห็นผู้อื่นผิดศีล
โดยศีลแบ่งออกเป็นระดับๆ ดั้งนี้
- ศีล
๕
- ศีล ๘
- ศีล ๑๐
- ศีล ๒๒๗
ซึ่งผู้รักษาศีลนั้นต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา
ไม่ให้ตนเองพลั่งเผลอไป ผิดศีล ไม่ว่าจะเป็น ความคิด คำพูด หรือการกระทำ
ถึงอย่างไรก็ตามศีลนั้นดูที่เจตนาเป็นสำคัญ
เช่น การดื่มสุราหากดื่มเนื่องจากรักษาอาการเจ็บป่วย และดื่มเท่าที่จำเป็น
ย่อมไม่ถือว่าตนตกเป็นทาสแห่งอบายมุข เป็นต้น แต่ไม่ใช่ผู้แอบบอ้างว่ารักษาตนเพราะหาเหตุที่ดื่มสุรา
ถ้าเป็นแบบนี้ ก็เท่ากับตกเป็นทาสของอบายมุข พาตนเองผิดศีลอย่างน้อยถึง
สองข้อ รวมข้อพูดโกหก อีกข้อหนึ่ง
การถือศีลแบ่งออกเป็น การถือศีลเป็นครั้งเป็นคราว
เช่นเมื่อร่วมงานบุญรับศีลรับพรจากพระ พอจบงานบุญก็ไม่ได้ นึกถึง
ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามกิเลสตัณหา ดีขึ้นมาหน่อยก็เป็นระดับที่ ฉุกคิดได้เป็นครั้งคราว
รู้จักระงับห้ามใจได้บ้าง แต่ก็ย่อมดีกว่าไม่ระงับ ละเว้นเอาเสียเลย
การถือศีลที่ผู้คนนับถือว่าบริสุทธิ์ คือการถือศีลอย่างเด็ดขาด ถาวร
ไม่ยุ่งเกี่ยวข้องแวะไปตลอดชีวิตทั้งความคิดว่าอยากกระทำ คำพูดว่าอยากกระทำ
และการลงมือกระทำ แรกๆ อาจเริ่มทีละข้อสองข้อ และพัฒนาเพิ่มขึ้น
ย่อมสร้างกุศล พาตน และคนรอบข้างให้ห่างไกลปัญหาได้ไม่น้อย